ตั้งราคาขายแบบมืออาชีพ
เครื่องมือนี้จะจับมือคุณกรอกต้นทุนทีละหมวด เพื่อหาราคาขายที่ไม่เข้าเนื้อ และทำให้ธุรกิจของคุณไปรอดในระยะยาวครับ
นึกไม่ออก? ลองดูเคสตัวอย่าง:
ข้อมูลพื้นฐาน
บอกเราหน่อยว่าคุณกำลังทำธุรกิจอะไร และคำนวณต้นทุนต่อกี่ชิ้น?
ถ้าคุณกำลังคำนวณต้นทุนต่อ 1 ชิ้น/ 1 เสิร์ฟ ให้ปล่อยเป็นเลข "1" ไว้ได้เลยครับ แต่ถ้าคุณคำนวณแบบเหมาหม้อ ให้ใส่จำนวนชิ้นที่ตักแบ่งได้ครับ
แจกแจงต้นทุน (Cost Breakdown)
ใส่ต้นทุนทั้งหมดที่มี ยิ่งใส่ละเอียด ราคาขายยิ่งแม่นยำครับ
1. ต้นทุนวัตถุดิบ (Material)
ของที่ใช้แล้วหมดไปในการผลิต เช่น เมล็ดกาแฟ, เนื้อหมู, ผ้า
2. ค่าแรง (Labor)
อย่าลืมคิดค่าตัวตัวเองด้วยนะครับ! (สูตร: ค่าแรงต่อวัน ÷ จำนวนชิ้นที่ทำได้)
3. ค่าใช้จ่ายแฝง (Overhead)
แพ็กเกจจิ้ง, ค่าน้ำไฟ, ค่าเช่า, การตลาด, หรือส่วนแบ่งแฟรนไชส์
เป้าหมายกำไร (Profit Goal)
คุณอยากได้กำไรเท่าไหร่จากการขายของชิ้นนี้?
ธุรกิจอาหารมักใช้ Margin 45-60%, สินค้าทั่วไป 30-50%
ผลการคำนวณ
ราคาขายแนะนำ (ต่อ 1 หน่วย)
฿0.00
ที่มาของตัวเลขนี้
สูตรการตั้งราคา: ระบบคำนวณถอยหลังให้ครับ โดยตั้งราคาขายเป็น 100% หักกำไร 60.00% จะเหลือต้นทุน = 40% (เอาต้นทุนหารด้วย 40%)
เช็คสุขภาพโครงสร้างราคา
1. สัดส่วนวัตถุดิบ (Material Cost)
0.00%
✅ ดีมาก — สัดส่วนวัตถุดิบไม่เกิน 35% คุณมีพื้นที่ให้จัดโปรโมชั่นได้
2. สัดส่วนกำไร (Profit Margin)
0.00%
นี่คือกำไรที่จะเหลือเข้ากระเป๋าคุณจริงๆ ⚠️ กำไรค่อนข้างบาง เน้นขายเอา Volume หรือระวังอย่าให้มีค่าใช้จ่ายงอกขึ้นมานะครับ
ไอเดียการตั้งราคาที่ขายง่ายขึ้น
💡 จิตวิทยาการตั้งราคา: ระบบจะหาตัวเลขที่ใกล้เคียงที่สุด เพื่อไม่ให้ราคาโดดเกินความเป็นจริงจนลูกค้าหนีครับ