หยุดเดาว่าต้องสั่งของตอนไหน ด้วยการหาจุดสั่งซื้อ (Reorder Point)
ของขาดก็เสียลูกค้า ของล้นก็เงินจม... เปลี่ยนจากการบริหารสต็อกด้วยความรู้สึก มาใช้ตัวเลขควบคุมกระแสเงินสด
เคยไหม? ของหมดโกดังเสียโอกาสขาย หรือสั่งมาตุนเยอะเกินจนเงินจม
ปัญหานี้มักเกิดจากการบริหารสต็อกด้วย 'ความรู้สึก' หรือรอให้เดินไปเห็นว่าของใกล้หมดแล้วค่อยสั่ง ซึ่งในโลกธุรกิจจริง ความรู้สึกมักจะทำงานช้ากว่าความเป็นจริงเสมอ
วิธีที่คนส่วนใหญ่จัดการสต็อก
วิธีที่ฮิตที่สุดคือ 'กะเอา' หรือสังเกตว่าช่วงนี้อะไรขายดีก็สั่งเข้ามาเยอะๆ ปัญหาคือเรามักจะลืมคำนวณ 'เวลาที่ซัพพลายเออร์ใช้ส่งของ (Lead Time)' ทำให้ของล็อตใหม่มาส่งไม่ทันขาย หรือของเก่าก็ยังระบายไม่หมด
ทำไมการใช้ 'ความรู้สึก' สั่งของถึงอันตราย
สูญเสียรายได้และลูกค้าไปให้คู่แข่งทันทีที่สินค้าตัวท็อปขาดสต็อก (Stockout)
กระแสเงินสด (Cash Flow) จมไปกับกองสินค้าที่ตุนไว้มากเกินความจำเป็น
เปลืองพื้นที่จัดเก็บหลังร้าน และเพิ่มความเสี่ยงที่สินค้าจะเสื่อมสภาพหรือหมดอายุ
พนักงานต้องคอยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า วิ่งวุ่นหาซื้อของแพงๆ มาทดแทนเวลาของขาด
ลองคิดภาพตาม
"สมมติคุณใช้เมล็ดกาแฟวันละ 1.5 กก. โรงคั่วใช้เวลาส่งของ 3 วัน... ถ้าคุณรอให้เมล็ดกาแฟเหลือ 1 กก. แล้วค่อยทักไลน์ไปสั่ง ร้านคุณจะไม่มีกาแฟขายไปถึง 2 วันเต็มๆ เพราะของมาส่งไม่ทัน"
การคำนวณจุดสั่งซื้อ (Reorder Point) ช่วยแก้ปัญหานี้ได้แบบ 100% ด้วยสมการง่ายๆ: (ยอดใช้ต่อวัน × จำนวนวันที่รอของ) + สต็อกกันเหนียว คุณจะได้ 'ตัวเลขตายตัว' ที่บอกชัดเจนว่า ของเหลือเท่านี้เมื่อไหร่ ต้องกดสั่งทันที
"ระบบจัดการสต็อกที่ดี ไม่ใช่การมีของล้นโกดัง แต่คือการมีของพร้อมขายในจังหวะที่พอดีเป๊ะ"
ผลพลอยได้ของการมีจุดสั่งซื้อที่ชัดเจน คือคุณสามารถมอบหมาย (Delegate) ให้พนักงานเป็นคนเช็คและกดสั่งของแทนได้เลย โดยไม่ต้องรอให้เจ้าของร้านมานั่งตัดสินใจกะเกณฑ์เองทุกครั้ง
tool ที่ช่วยแก้ปัญหานี้
Reorder Point
ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก ไม่มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ทำงานในเบราว์เซอร์ทั้งหมด
เปิด Reorder Point →